2005/Jul/18

มองโลกในแง่ดีแหละ เพราะโลกแห่งความจริงมันไม่น่ามองเลย

กลับไปนึกถึงตอนคบกันที่ยังสวีทหวานแหวว อะไรๆก็สวยงามไปหมด ทำอะไรก็มีจุดหมายไปหมด ก่อนนี้จะรู้สึกเหมือนมีเค้าอยู่ข้างๆ เหมือนเค้ากอดเราอยู่ไกลๆ พอมาถึงช่วงหนึ่งเราก็เริ่มรุ้สึกว่า เออ... ตอนนี้เหมือนเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทุกสิ่งที่ให้เค้าเป็นของทำมือทั้งนั้น เราเคยส่งโฟมที่ตัดเอง เป็นรูปมือของเราไว้ให้เค้าช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่ามีความอบอุ่นอยู่รอบตัวเรา แต่พอมาถึงตอนนี้ รู้สึกเหมือนเราจับความว่างเปล่าเอาไว้ เพราะเค้าไม่ได้จับมือเราแล้ว

(อารมณ์เหงานะเนี่ย)

มันความรู้สึกที่เปลี่ยนไป คงกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ แต่เราจะจำแต่ส่วนดีๆของเค้าเอาไว้ เพราะครั้งหนึ่ง เราเคยมีช่วงเวลาดีๆด้วยกัน

ตอนนี้ข้างกายช่างว่างเปล่า เหมือนว่า ไม่มีใคร ไม่มีจริงๆ

ไม่มีข้อความ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีคำว่า รักหรือคิดถึง ไม่มีใครโทรมาบอกให้ฝันดี ไม่มีคนถามทุกข์สุขดิบ ไม่มี "วันนี้เป็นไงบ้าง" ไม่มี "มีอะไรจะพูดมั้ยก่อนวาง" ไม่มีความอบอุ่นรอบตัวอีกแล้ว .................................


edit @ 2006/07/22 17:25:55

2005/Jul/18

..น้ำหยดเดียวไม่ทำให้ทะเลจืดลง..
..ทรายเม็ดเดียวไม่ทำให้แผ่นดินสูงขึ้น..

"ประโยชน์อะไรกับคำพูดของคนๆเดียว"

..สังคม..

..แต่..

ถ้าไม่มี"ใครสักคน" คิดจะเปลี่ยน
ส่วนแย่ๆก็จะเหมือนแบคทีเรียที่ขยายพันธุ์ได้เรื่อยๆโดยที่ไม่ต้องทำอะไร
ในขณะที่ส่วนดีๆต้องค่อยๆถูกผลิตขึ้นมาทีละนิดทีละหน่อย โดย "ใครสักคน"

แล้วใครล่ะ จะเป็น " 1 คนๆนั้น?"

1/1 000 000

แค่ 1 ในล้าน

แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีคนๆนั้นเลย

1 คน ที่นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่..

1 คนในแต่ละยุคสมัยที่ทำให้โลกค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิด
จนมาถึงวันนี้
แล้วใครจะเป็น 1 คนในยุคสมัยที่เรามีชีวิตอยู่?

น้ำแข็ง 1 ก้อนในท้องทะเลที่ค่อยๆซึมซับเข้าไปในหัวใจของท้องมหาสมุทร

ทรายสีแดง 1 เม็ด ท่ามทะเลทรายที่กลมกลืนไปกับแสงสะท้อนของพระอาทิตย์

...............ใคร.................?

จะเป็นคนแรกที่ค้นพบว่าโลกนี้.....มีอะไรมากกว่าที่เห็น

- - - - -

พูดไรงี่เง่าอีกแล้วเรา...........พูดอยู่ได้คนเดียว

2005/Jun/29

พรุ่งนี้เพื่อนเราจะกลับเกาหลีแล้วล่ะค่ะ วันนี้ไปบ้านเค้ามา ตอนแรกไม่อยู่บ้าน แทรงเซ็ง แล้วหงุดหงิดมาก เราเลยเอามือสอดเข้าไปในมือมัน แล้วรู้เลยว่าอารมณ์เซ็งสุดๆเพราะหากธรรมดามันก็จับมือเรากลับไปแล้วแต่นี่คือ แข็งทื่อ......

ซื้อเค้กให้ ได้กินกันครึ่งเดียว จานไม่มี ส้อมไม่มี มีแต่ตะเกียบ 5555

กินเค้กด้วยตะเกียบค่ะ

แอนนี่เกิดเดือน november แต่แบบ จัดวันเกิดล่วงหน้าไปเลย 555

เริ่มต้นด้วยการร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์แล้วส่งของขวัญ ฮุฮุ

ราเชลร้องภาษาเกาหลีไปได้ครึ่งเพลงแล้วกลายมาเป็นอังกฤษ

กินไปได้ครึ่งเดียว มีคนเริ่มเอาวิพครีมมาป้ายหน้า 555

เลยป้ายกันมั่วไปหมดเลย

วิ่งเล่นกันทั่วบ้านแต่เราถ่ายวีดีโอ ถ่ายๆอยู่ไม่รู้ตัว

โดนแบบ.........."เต็มๆ" !! กล้องพลิกกลุ่กๆๆๆ 555

เราเลยวิ่งตามมันเข้าห้องน้ำแต่ไม่มีไรในมือนะ

แทรงก็กลัวไปเอง ปิดประตูห้องน้ำเราก็ดันเข้าไปดังปั้ง!

พอออกมาเราก็ทำท่าป้ายมันตกใจกรี๊ดซะดัง 555

เราเดินออกมาก่อนแล้วรีบป้ายวิพครีมใส่มือ พอแทรงเดินตามออกมาเราก็ เอาเลย

มันขำมากเลยลงไปนอนกองกับพื้นแล้วบอกยอมแพ้ๆ หัวเราะ

เราก็ โอเค ยอมแพ้แล้วใช่ป่ะ ก็จับมือมันไว้แล้วป้ายหน้าเป็นรูปเลย 5555

(เริ่มมีการฆาตกรรมซะแล้วว)

ตอนเดินลงมาส่งแอบเก็บมาร์ชเมลโล่ไว้

เดินลงมาถึงสนามหญ้าก็พากันโยนใส่แอนนี่แล้วบอก

เมอรรี่คริสต์มาสสส!!

(ดีนะนี่ เป็นคนมองการณ์ไกล)

แอบซึ้งช่วงเดียวคือตอนถามกันว่า

อืม จบไปเราจะเป็นอะไรกันดี

อยากเช่าอพาร์ตเม้นท์เดียวกันอยู่ ทำงานใกล้ๆกัน

แอนนี่อยากเป็นหมอผ่าตัดคนไข้

ราเชลอยากเป็นนักธุรกิจมีกิจการเป็นของตัวเอง

แทรงอยากเป็นเภสัชทำงานในองค์กรณ์แพทย์

เราอยากเป็นสถาปนิกสร้างบ้านสร้างตึก(และสร้างหนัง)

อะโห ......... จะได้อยู่ใกล้กันเหรอเนี่ย???

จากนี้.......พวกเรากำลังค่อยๆแยกจากกันไป

เราถามแทรงว่า เคยคิดมั้ย หากวันนึงพวกเราจางหายไปจากชีวิตของกันและกัน ชีวิตจะเป็นยังไง

(แทรงตอบ "ก้อดีสิ" แง้ ใจร้ายย)

จากนี้อีก 1 ปี.. 2 ปี.. 5 ปี.. 10 ปี..

ชีวิตจะเป็นยังไงนะ?

"From All"

Here comes the time we have to seperate

All the memories we shared

All the times that passed by

The pictures that we took together

I'll keep in my drawer

I'll keep in my mind

I'll never forget that I used to have you

by my side...

Only thing that I can do

is to wish you

a "good luck"

not

"good bye"

Let's believe there is another day

That we are back and meet again

That we are...

"the same"

Someone who was right here next to me

Whenever I need

Whenever I look

But from now on no more

That person..

is so far away..

thousands of miles....


edit @ 2005/06/29 16:09:23